โจ๋'s profileMaster of the kitchen *P...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 31

    ผมเชื่อนะ เรื่องบาปกรรม

                         บาปกรรมที่ผมเคยก่อไว้  
     
                          คุณเคยเชื่อเรื่อง  บาปกรรมไหม ผมคนนึงเคยเชื่อแต่ไม่เคยคิดว่ามันจะตามทันในชาตินี้ หรือว่าเห็นผลได้เป็นรูปธรรม จากสิ่งที่ประสบมีคนบอกผมว่า บางครั้งคนเราทำอะไรไว้จะได้รับกลับเป็น 10 เท่า ในรูปแบบที่เมหือนกันหรือว่าเปลี่ยนแปลงเป็นแบบอื่น คุณเคยไหมที่ประสบอะไรซ้ำๆ เดิมๆ เหมือนกันบ่อยครั้ง จนกระทั่งคุณรู้สึกว่า ชะตาชีวิตมันเล่นตลกกับคุณ ทำมัยชีวิตคุณถึงต้องเจอเรื่องร้ายๆ ซ้ำๆ เหมือนกันบ่อยครั้ง และแทบจะทุกครั้ง คุณจะต้องเป็นฝ่ายที่เจ็บปวดหรือทรมาณ ผมก็เป็นคนนึงที่ในชีวิตเจอเรื่องราวซ้ำๆกันหลายๆครั้งจนกระทั่งผมเริ่มคิดว่า นี่คงเป็นโชคชะตา หรือเป็นบาปกรรมที่ผมเคยสร้างไว้ และตอนนี้ผมกำลังได้รับผลตอบแทนจากมัน
                          ผมเคยทำหลายๆอาชีพ ทำงานหลายๆแบบ และแทบทุกครั้ง พอถึงจุดที่เรียกได้ว่า จะประสบความสำเร็จซักครึ่งทาง คือมันกำลังไปได้สวยแล้ว ดีแล้ว อีกนิดเดียวก็ผ่านฉลุย แต่ก็จะต้องมีเรื่องอะไรมาให้มัพังทุกครั้งไป โดยปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากครอบครัวผมเองบ้าง หรือว่า รอบข้างสร้างบ้าง แต่มันก็เหมือนกับการโทษสิ่งรอบข้าง และโทษโชคชะตา หรืออาจจะเป็นเพราะผมยังพยายามไม่พอ ไม่เพียงแต่เรื่องนั้น ยังมีอีกหลายๆเรื่องที่เกิดกับผมแบบซ้ำๆ และทุกครั้ง มันก็ทำให้ผมเจ็บปวดใจ
    จนแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ เหมือนคำพูดของคนคิดสั้นเนอะ แต่ผมก็ยังทนมาได้จนทุกวันนี้
                             ยกตัวอย่างเรื่องวันนี้ คุณเคยมีความรักรึเปล่า แล้วความรักของคุณละเป็นไงบ้าง คุณมีความสุขกับมันไหม และทุกครั้งที่คุณมีความรักมันมีเหตุการอะไรที่เกิดซ้ำๆกับคุณรึเปล่า ความรักของผม อาจจะเป็นเพราะผมเองที่ทำให้มันเป็นเรื่องยากแต่เพราะประสบการณ์ความรักที่ผมได้รับมา แต่ละครั้งมันทำให้ผมรู้สึกว่ารักของผมนั้น มันช่างยากเสียนี่กระไร
                       แรกของผม ก็ไม่เชิงเป็นความรัก อาจจะเป็นเพียงความผูกพันธ์ที่มีต่อเพื่อนคนนึงในสมัยยังเรียนอยู่ มัธยมศึกษาช่วง ปีที่3 ตอนนั้นเป็นทอมสุดท้ายที่ผมจะจบการศึกษาตอนต้น เพื่อนฝูง และคนที่รู้จัก พวกเค้าเหล่านั้นเริ่มเติบโตและมีความรู้สึกที่เริ่มจะเป็นผู้ใหญ่ คงมีเพียงแต่ผมเท่านั้นที่ยังคิดเพียงแค่ ทำงานอยู่กับครอบครัว (หรือเป็นเพราะผมอยู่ที่บ้าน ทำงานมากเกินไป)ทุกคนเริ่มคบหาเพศตรงข้าม เป็นแฟนกันไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าว ดูหนัง และอื่นๆ ในขณะที่ผมไม่เคยแม้จะจีบผู้หญิง
    จนกระทั่งเพื่อน ของเพื่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาถามเราว่า นาย รู้ไหมมีคนชอบนายอยู่ เค้าอยากคบกับนายนะ -*- ไอ้ตอนนั้นเราสะดุ้งโหยงเลย หน้าอย่างเรา แถมตอนนั้นชกมวยโรงเรียนด้วย ตัวมีแต่กลิ่นสาป เมห็นๆ ตัวเต็มไปด้วยเหงื่อทั้งวันหล่อก็ไม่หล่อ ไม่น่าจะมีใครมาคบ ก็ลองตัดสินใจลองคุยกับเค้าดู ตอนนั้นเท่าที่จำได้ไม่เหมือนจะเป็นแฟนกันเลย เพราะเราแทบจะไม่เคยจูงมือกันเลยด้วยซ้ำๆ ผมก็มีโรคประหม่าประจำตัวเวลาอยู่กับผู้หญิงซะด้วย เรากลับบ้านด้วยกัน เดินด้วยกัน
    เลิกเรียนเค้าก็รอผมซ้อมมวยจนเย็นทุกวันแล้วก็กลับพร้อมกัน แต่คุณเชื่อไหม สิ่งที่ไม่คิดก็เกิดขึ้น ในช่วง 2 อาทิตย์สุดท้ายขณะสอบ เค้าไม่มาสอบ เค้าไม่มาเรียน จนกระทั่งวันจบการศึกษา ถึงได้รู้ข่าวจากอาจารย์ว่าเค้าลาออกก่อนสอบไป 2 อาทิตย์ผมจึงไปหาเค้าที่บ้าน เมื่อไปถึงบ้านก็ต้องตกตะลึงกับเรื่องที่ได้ยินมากกว่าเดิม ยายของเค้าบอกว่า "ตอนนี้เค้าย้ายไปต่างจังหวัดแล้ว ไปกับผัวมันนะ เห็นว่าจะไปคลอดที่นู่น" เท่านั้นแหละ ผมถึงได้เดาเรื่องออก หลังจากคุยเสร็จผมถึงได้รู้ว่าเค้าท้องกับเด็กอีกโรงเรียนนึง ทำให้เค้าจำต้องลาออกจากโรงเรียน ตัวผมในตอนนั้นไม่ได้รู้สึกว่าอกหักหรอกนะ แต่แค่รู้สึกว่าเสียคนสำคัญไปคนนึงเป็นเพื่อน หรือมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่คนรักแน่นอน
                        หลังจากนัน้ผมก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังจวบจนช่วงมัธยมปลาย ช่วงนั้นผมรับพิมงานด้วย ทำงานร้านคอมของคนรู้จักด้วย ผมได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง เค้าเป็นผู้ใหญ่แล้วคุยง่ายไม่เรื่องมาก คุยกันถูกคอและเนื่องจากตอนนั้นคงเป็นเพราะผมเริ่มจะเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ประจวบกับผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเข้ามาหา(ไม่ได้มีสเน่ห์หรอกนะ พอดีมีโชค)เราคุยกันอยู่ได้พักนึง จึงตกลงคบกัน เป็นช่วงชีวิตที่รู้สึกดี เพรามีคนอยู่ข้างๆคอยรับรู้เรื่องราวต่างๆในชีวิตผม มันทำให้ผมไม่รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวบนโลกแต่ความสุขนั้นก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ในเวลา 3 ปีที่ทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง สิง่ที่ไม่คาดฝันก็เกิดกับชีวิตผมอีก เหตุการเดิม ซ้ำๆ  ช่วงเวลาหลังจากที่คบกันมาได้พักนึง ผมต้องไปทำงานต่างจังหวัด แต่ก็กลับมาหาเค้าทุกอาทิตย์ จนกระทั่งถึงวันที่ทำให้ผมเจ็บปวด
    แบบหาใดเปรียบไม่ได้ เมื่อเค้าโทรบอกผมว่า เมื่อวานนี้เค้ามีอะไรกับผู้ชายคนหนึ่ง เค้าเสียใจกับการกระทำที่เกิดขึ้น ยกโทษให้เค้านะ แล้วเค้าอยากให้เราเป็นเหมือนเดิมได้ไหม สิ้นสุดเสียง ทำผมแทบใจสลาย อาการเจียรตายเป็นอย่างไรผมเข้าใจได้วันนั้นเองถ้าการจะต้องจากกัน ผมยอมให้เธอตายจากไปซะดีกว่าที่จะรู้เรื่องแบบนี้ การที่มีใครอีกคนก็ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เสียใจมากแล้ว แต่กับการที่มีอะไรกับคนอีกคนหนึ่งในส่วนที่เป็นของผมแล้วมีใครมายืนแทนที่ ลองคิดดูซิจะเป็นยังไง จากวันนั้นผ่านมาได้ 2ปี
     ไม่รู้จะหาคำอธิบายด้วยอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้ง คือการที่ผมต้องเสียกับคนที่ผมรู้สึกผูกพันธ์และรัก เค้ามักจะหักอกผมด้วยการมีแฟนใหม่ มีคนใหม่
              แทบจะทุกครั้งผมจะเสียใจด้วยเหตุนี้ มันทำให้ผมคิดว่าชาติก่อนผมคงไปทำแฟนตัวเองเจ็บช้ำโดยการไปมีคนอื่น
              ชาตินี้บาปกรรมของผมถึงย้อนมาให้ผมชดใช้ และยังไม่รู้ว่าจะต้องชดใช้อีกกี่ครั้งถึงจะสาสมกับสิ่งที่เคยได้ก่อเอาไว้
              แล้วคุณละเคยมีเหตุการอะไรซ้ำๆบ้างรึเปล่า ระวังให้ดีละ มันอาจจะเกิดมาจากกรรมเก่าที่คุณก่อไว้ก็ได้ 
    July 22

    ชีวิต + ความฝัน + ความรัก + ความเหงา

             วันนี้อาจจะมาแนวน้ำเน่าหน่อยนะครับ เพราะผมเริ่มรู้สึกสงสัยว่า นี่ชีวิตผม มันมีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นรึเปล่า ทุกเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้คือชีวิตผมเองไม่ได้อ้างอิงใครทั้งสิ้น
      เคยรู้สึกไหมครับ เวลาที่คุณตื่นมาในเช้าวัน ทำอะไรซ็ๆ จำเจๆทุกวันๆ ต้องตื่นตั้งแต่ ตี4 เพื่อไปทำงาน ตี5 แล้วเลิกงาน ตอนช่วงประมาณ 5ทุ่มของทุกวัน
    มันเป็นงานโรงแรมนะครับ ผมได้ใช้ชีวิตอยู่กับงานแบบนั้นอยู่พักนึง เวลาเรียนก็ไม่มี เวลาพักผ่อนก็น้อย อย่าพูดถึงเวลาที่จะได้พบปะสังสรรค์ เพื่อนฝูงหรือไปเที่ยวเลย
    แทบจะเป็นไปไม่ได้ ผมยังทนทำงานแบบนั้นอยู่ได้ถึง 3 ปี ไม่รู้เหมือนกันว่าทำมัย ในวันทุกวันๆ ที่ต้องทำงานเหนื่อยๆ ยุ่งๆ ทุกวัน และทั้งวัน วันนึงทำงานอาจจะ
    10-15 ชม ด้วยซ้ำ แต่ผมกลับไม่เคยเบื่อ และมีความสุขกับมัน ตอนนั้นผมเรียนรามอยู่ด้วย แต่คุณเชื่อไหม ว่าผมเรียนรามมา 3 ปี กลับไม่ได้เก็บหน่วยกิจเลย
    เพราะเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาแม้แต่จะไปลงทะเบียนเรียน เทอมสุดท้ายที่ผมลงทะเบียนคือ เทอม 1 ของปีที่แล้ว หลายๆครั้งที่เพื่อนฝูงโทรมาชวนไปเที่ยว ไปกินเลี้ยง
    แต่ผมก็ปฎิเสธทุกครั้งจนเพื่อนหลายๆคนเริ่มไปจากชีวิตผม (หายไป ขาดการติดต่อ) ทุกคนได้บอกผมว่าผมไม่เคยจะมีเวลาคุยกับพวกเค้า ไปเที่ยว ไปกิน หรือแม้แต่งานบวชของรุ่นน้องคนนึง
    แม้แต่ผู้หญิงหลายๆคน ที่เคยมาคุยกับผมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ทั้งในโลกไซเบอร์ และคนที่เคยร่วมงานกันมา)
     ผมเริ่มมาคิดว่า ไอ้ที่ผมทำอยู่นะคืออะไร ชีวิตที่ไม่รู้จัก การเที่ยว การสนุก การมีเพื่อน ชีวิตแบบนี้คืออะไร และผมทำเพื่ออะไร สิ่งเดียวที่ตอบผมอยู่ก็คือ

    "มันเป็นงานที่ผมรักไงละ"
    "มันเป็นความฝันที่ผมฝันมาทั้งชีวิต"

    แต่ผมกลับเริ่มรู้สึกว่า ความฝันนี้ อาจจะทำลายวิถี ชีวิตผม วิถีชีวิต แบบ ปุถุชน คนปกติเค้าใช้กัน ที่ผมไม่เคยได้สัมผัส กับชีวิตผมที่จำความได้ก็เริ่มทำงานของที่บ้าน
    ที่บ้านผมเป็นโรงกลึง ผมช่วยงานตั้งแต่ 5 ขวบ  พอโตขึ้นมาหน่อย ผมก็ช่วยญาติคนนึงของที่บ้านเค้าเปิดโรงงานน้ำปลา ผมมีหน้าที่ส่ง ช่วงชีวิตตั้งแต่จำความได้
    นอกจากไปโรงเรียนและ ไปส่งของ ผมแทบจะไม่เคยได้ก้าวย่างออกจากบ้าน เด็กอายุ 11 ที่ไปโรงเรียน เลิกเรียนก็เล่นบอล ไปดูหนัง ฟังเพลงในยุคนั้น
    กับชีวิตผมที่ต้องกลับมาทำงานของที่บ้านทุกวัน
                     ผมเลยออกจากบ้านเพื่อจะตามหาชีวิตที่เป็นของผม ผมอาศัยห้องของญาติคนนึงอยู่ ตอนเช้าต้องไปช่วยหลวงปู่บิณฑบาท แล้วไปเรียน ตกเย็นผมก็ไปทำงานที่บริษัทสินค้า
    อุตษหกรรมเหล็กแห่งหนึ่ง หน้าที่ผมมีไม่มาก เพียงแค่แบกเหล็กไปเก็บในสโตร์เท่านั้นเอง(สโตร์นั้นมี 5 ชั้น เป็นตึก 5 คูหาติดกัน)เริ่มงานตั้งแต่เลิกเรียน ถึง 5 ทุ่มได้วันละ 200
    ผมก็ทำอย่างนี้จนจบ มัธยมต้น เพื่อนๆ ที่โรงเรียน ผมแทบจะไม่รู้จักใครเลย จำชื่อเพื่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ กระทั่งเข้ามัธยมปลายผมอาศัยอาจารย์คนนึง เค้าขายใส้กรอกส่งอยู่
    (แบบรับจากโรงงานมา แล้วมาขายที่โรงเรียนให้อาจารย์คนอื่น)ผมคุยกับเค้าเรื่องที่ผมต้องการทำงาน ต้องการใช้เงิน เค้าเลยลองคุยกับทางบริษัทใส้กรอก ซึ่งก็พอดีที่บริษัทไส้กรอกเค้าจะทำ
    เฟรนไชน์ ก็คือขายไส้กรอกปิ้งๆ บนเครื่องปิ้งไฟฟ้าของทางบริษัท (คุณจะเห็นมันบ่อยๆที่เค้าขายใส้กรอก แล้วมีเครื่องปิ้งเป็นเตาเหล็กหมุนๆๆนั่นแหละ)นอกจากนั้นผมก็ทำงานที่ร้านอาหารแหน่งหนึ่ง
    เป็นกิจการของที่บ้าน แลกกับการได้มีที่อยู่อาศัยทีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย งานก็มีแค่ เลิกเรียนแล้ว ส่งเป็ดย่างให้ตามที่ลูกค้าส่ง แล้วก็ร้านอาหารต่างๆ ตอนเช้าก็เปิดร้านตอนตี 4ให้พร้อมขายก่อน 6 โมงเช้า
    จากนั้นก็ไปโรงเรียน จนกระทั่งจบ ม.ปลาย ผมกลายเป็นคนที่ไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อน ไม่มีความทรงจำที่เค้าเรียกกันว่าวัยรุ่น จนกระทั่งปัจจุบัน ผมก็ยังเป็นคนแบบนั้น ใช้ชีวิตอยู่กับงานโดยที่ไม่มีเพื่อน
    จากการที่คบผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ผมตัดสินใจ ละทิ้งความฝัน เปลี่ยนงานที่ทำอยู่ปัจจุบันเพื่อจะได้มีวันหยุดแบบคนอื่น มีเพื่อนๆ มีสังคม แต่เชื่อไหม พอถึงเวลาจริงๆ มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด
     สาธยายมาตั้งนาน เรื่องจริงๆคือ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ตั๋วหนัง 2 ใบ   ตั๋วที่พักรีสอร์ทแห่งหนึ่ง 2 ใบ และตั๋วคอนเสิร์ท 2 ใบ ไม่ขอบอกว่าได้มากจาไหน แต่คุณเชื่อไหม การที่จะหาเพื่อน
    หรือใครซักคนที่จะไปเที่ยวกับคุณ ไปดูคอนเสิร์ทกับคุณ มันช่างยากเย็น   แม้แค่ดูหนัง ตั๋วหนัง 2 ใบ ที่อยู่ในมือผม ผมใช้เวลา 2 อาทิตย์ เพียงเผื่อหาคนไปดูหนังด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ผู้หญิง หรือแม้แต่แม่ผมเอง
    เชื่อไหม ไม่มีใครซักคนที่จะไปดูหนังกับผมจริงๆจังๆ แม่ผมไม่อยากออกจากบ้าน เพื่อนผมส่วนใหญ่อยู่กับแฟน ผู้หญิงที่เคยมาติดพันผม ทุกคนที่ผมคุยด้วย ทำให้ผมรู้สึกว่า คุณแค่ต้องการจะมาดุหนังฟรี กินข้าวฟรี แล้วก็กลับ
    มันทำให้ผมไม่ไปดูหนังกับพวกเธอ แล้วผมก็ตื่นมาเช้าวันอาทิตย์ ทั้งๆที่ผมฝันมาตั้งนานว่าจะหยุดเสาร์อาทิตย์ จะมีเวลาเป็นของผม จะได้เที่ยว ได้ดูหนัง ได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อน แต่คุณเชื่อไหม มันกลับกลายเป็นเช้าวันอาทิตย์
    ที่เหงาที่สุดในชีวิต กับการที่มีเวลาว่างแล้วต้องนอนอยู่ในห้อง เปิดเพลงฟังคนเดียว มองดูตั๋วหนัง ที่ได้มา2ใบ แต่ไม่รู้ว่าจะเอามันไปทำอะไร ไปดูที่ไหน จะให้สารภาพก็อยากจะบอก ว่าผมไม่เคยเข้าโรงหนังเองเลย
    จนมันกลายเป็นความอายที่จะเข้าโรงหนัง แค่ซื้อตั๋วผมยังทำไม่เป็นเลย ทุกครั้งถ้าไปกับเพื่อน หรือคนที่ผมคบด้วย พวกเธอ พวกเขาก็จะเป็นคนเดินเข้าไปซื้อ คุณคิดว่าผู้ชายอย่างผมมีวิถีชีวิตที่แต่กต่างจากคนอื่นรึเปล่า
    ผมไม่รู้ว่าตัวผมเองทำอะไรอยู่กันแน่ แล้วทุกวันนี้ทำอะไร ทำเผื่อใคร แล้วทำ ทำมัย ชีวิตที่ผ่านมา 20 กว่าปีของผม ผมทำอะไรอยู่
    อาจจะดู โง่ งี่ เง่า และน้ำเน่าไปทั้งหมดที่เล่ามานี่ แต่ผมแค่อยากได้ความเห็น จากใครก็ได้ ว่าผมควรจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี ชีวิตที่ไม่มีใคร ไม่เหลือใคร และไม่รู้จะทำอะไรในชีวิต
    ยิ่งมีวันหยุดมากเท่าไร ผมก็ยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง และไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่
     
    "หนึ่งวันที่เคว้งคว้าง ใช้เวลาอำพรางความเหงา เฝ้าแต่รอเวลาอาทิตย์อัสดง มันก็หมดลงไป อีกหนึ่งวัน"
     
     
    อ่า ส่วนบนใครอ่านจบ มีความคิดเห็นยังไงก็บอกผมทีนะครับ ส่วนตรงนี้ มีเรื่องจะให้ช่วยกันนิดหน่อย คือผมมีไอ้เครื่องนี้มาหลายปีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรจะหาอะไหล่ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน
    ใครพอมีข้อมูลอะไรที่พอจะช่วยบอกได้ก็ ช่วยบอกทีนะครับ