| โจ๋'s profileMaster of the kitchen *P...PhotosBlogLists | Help |
|
March 30 ทฤษฏี ในมุมมองของแต่ละคนนี่คือมุมของคน คนนึงที่ผมได้รับมา บางคนอ่านแล้ว อาจจะคิดว่า ใช่เลย ฉันก็คิดแบบนี้แหละ
แล้วคุณละ เคยมองตรงข้ามบ้างรึเปล่า เฉกเช่นเดียวกับ การมองสิ่งดีงาม แต่ในหลายแง่มุม
วันนี้ผมจะลองให้มาดูกัน 2 มุม ความคิดนะครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับค ืนมาได้อีก หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก เพราะเหตุผลที่ว่า 'เสียดายเวลา' ที่คบกันมา บางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์ จนนึกภาพความสุขไม่ออกแต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถ ึงวันเก่าๆ แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย และ...เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้ เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับา หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบั น หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี ก้อไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า.. หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่ ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่ เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น 1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิต ใ ห้ ดี ก ว่ า ที่ เ ป็ น ' หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า แล้วยังจะมาเสียดายอดีต.. นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคต ดีกว่าไหม ' ------------------------------------------------------------------------------------------
เป็นไงครับ นี่มุมมองแรกของคนนึงคน ที่ละทิ้ง และคิดจะเริ่มต้นใหม่เพื่อชีวิตใหม่ทีดีกว่า มุมมองนี้ไม่ได้แปลว่าผิด แต่ลองดูอีกมุมมองนะครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------
การคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ ยังเหมือนเดิมเสมอ ไม่ได้แปลว่าหลอกตัวเอง เพียงแต่ การเริ่มใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมนั้น อาจจะดูแปลกไปกว่าคราวแรก ต้องการความเข้าใจกันมากขึ้น มากว่าความรักแรก ที่เพียงแต่ทำตามใจ อดทน รับรู้ปัญหา คุยกัน ปรึกษากัน เพราะปัญหาต่างๆก็ได้ผ่านกันมาแล้ว
ถ้าเริ่มใหม่แล้วดีกว่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเริ่มใหม่แล้ว ไปกันก็ไม่ได้ ก็แปลว่าต้องยอมรับว่าชีวิตนี้ไปด้วยกันไม่ได้
จมอยู่กับความทุกข์ หรือมองแต่ความทุกข์กันแน่ บางครั้งทุกข์ หรือสุขก็แยกกันไม่ออก เพราะมันมักจะมาด้วยกันเสมอ การแยกมันออกจากกัน และใช้ชีวิตต่อไปกับมัน ทำความเข้าใจมัน และพึงพอใจ ที่จะเก็บความรู้สึกดี ทิ้งความรู้สึกแย่ๆ เพื่อใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข ไม่งั้นคนที่มีชีวิตคู่ ก็ไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และปรับตัวเข้าหากัน เพื่อที่จะยอมรับและอยู่กับอีกฝ่ายไปตลอดชีวิตหรอก
กลับกัน การอยู่โดยบอกว่าปล่อยให้ผ่านไป ไม่ถือว่าเป็นการหลอกตัวเองหรอกหรือ ความสุขที่เคยได้รับนั้นเป็นของปลอม หรือ ความทุกข์ที่เคยได้รับเป็นของจริง งั้นมันจะต่างกันตรงไหน
อะไร คือความจริง ความสุขที่ครั้งนึง แค่คิดก็รู้สึกเหมือนชีวิตนี้ มีเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้ หรือ ความทุกข์ที่ครั้งนึง แค่คิดถึงก็รู้สึกเหมือน ชีวิตนี้ไม่ต้องการอีกแล้ว ไม่อยากจะพบจะเจออะไรแบบนี้อีกแล้ว
อันไหนที่คุณคิดว่าเป็นของจริงละ การทำความเข้าใจ มองเห็น ยอมรับ และรู้สึกได้ สิ่งที่คุณมองเห็น อาจไม่ใช่แค่ความรัก ถึงจะมีความเจ็บปวดบ้าง ถึงจะมีความผิดหวังบ้าง แปลว่าก็ทิ้งสิ่งเหล่านั้นไป ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะให้ความสุขหรือความทุกข์เยอะกว่ากัน
สุดท้ายแล้ว คุณเลือกที่จะมองเห็นความทุกข์ จนเสียความรู้สึกดีๆ และก็ได้แต่ทำใจว่า ที่ผ่านมาปล่อยมันไป
หรือ คุณเลือกที่จะมองเห็นความสุข แล้วยกความทุกข์ไว้ข้างๆ พร้อมทำใจสู้กับมัน
คนเราไม่มี ท้อแท้ มีแต่ท้อถอย ความสุข หรือ ความทุกข์ อะไรกันแน่ คือความจริงในชีวิตที่คุณได้พบ........... March 17 นี่หรือคือ น้ำตาอันตัวข้านี้มีชื่อว่า "น้ำตา"
น้ำตา คือ น้ำหรือสารคัดหลั่ง ที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงดวงตาให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ น้ำที่หล่อเลี้ยงดวงตานี้หลั่งมาจากต่อมน้ำตา หนังตา และเยื่อบุตา ตลอดเวลาในปริมาณเล็กน้อย จนไม่สังเกตว่ามีน้ำตา แต่เมื่อเวลาที่เกิดอารมณ์ดีใจ เสียใจ หรือมีสิ่งแปลกปลอมทำให้ระคายเตืองตา จะมีน้ำหลั่งมาจากต่อมน้ำตาในปริมาณมากพอให้เห็นได้ บางครั้งอาจมีลักษณะของตาแดง บวมช้ำ ร่วมด้วย นี่คือร่างกายของเราเอง
น้ำตาประกอบด้วยน้ำและสารต่างๆ ที่เป็นเสมือนอาหารให้เซลล์ผิวดวงตา ช่วยให้ผิวดวงตาแข็งแรง เช่น ออกซิเจน โดยปกติ กระจกตา เป็นอวัยวะที่ไม่มีเลือดมาเลี้ยงเหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ในดวงตา จึงต้องการออกซิเจนจากอากาศและน้ำตาเป็นหลัก นอกจากนี้ น้ำตา ยังมีสารอิเล็กโทรไลต์และวิตามินต่างๆ เช่นวิตามินเอ วิตามินอี มีสารต้านจุลชีพ (antimicrobial) และสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) ที่จำเป็นต่อการคงสภาพที่ปกติของผิวดวงตา ในภาวะปกติ น้ำตาสร้างมาจากต่อมน้ำตา ต่อมภายในเยื่อบุตา ต่อมบริเวณโคนขนตา ตลอดจนต่อมภายในหนังตา แต่ละต่อมสร้างน้ำตาต่างชนิดกัน โดยเรียงเป็น 3 ชั้น ชั้นนอกเป็นชั้นไขมัน ชั้นกลางเป็นน้ำ และชั้นที่ชิดผิวตาเป็นชั้นเมือก น้ำตาจะหายไปโดยการระเหยร้อยละ 20 ที่เหลือจะไหลลงท่อบริเวณหัวตาลงสู่คอและจมูก
อั่นแน่ เป็นไงครับน้ำตา เวลาคุณดีใจหรือเสียใจ มากจนเกิดการกระตุ้น จนหลั่งน้ำตาออกมา ตอนนี้กำลังเสียใจหรือว่า ดีใจกันอยู่รึเปล่า แต่การร้องให้มากๆก็ไม่ดีนะครับ ----------------------- จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี March 12 ที่นั่งของคนมีระดับ สวัสดีครับ จะสังเกตุได้ว่า ช่วงหลังๆสิ่งบันเทิงเริงรมณ์ที่ใช้ดึงดูดลูกค้าของสถานบันเทิงต่างๆ ได้ผุดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคาราโอเกะ ร้านอาหารหน้าโรงหนัง ลานโบว์ลิ่งตามห้าง และอื่นๆอีกมากมาย วันนี้จะยกมาซักหนึ่งอย่าง
เราจะพูดถึงสุดยอดเก้าอี้ที่ราคาแสนแพง ทั้งๆที่ใช้เวลากับมันไม่ค่อยคุ้มค่า (แต่ถ้าไปกับคนที่คุณมีความสุข บางทีมันอาจจะคุ้มค่าที่สุด) เริ่มจากเก้าอี้ระดับ Copper จะเป็นโซฟาคู่ หรือเรียกว่า Love seat (รู้สึกจะไม่ีมีแล้ว เปลี่ยนหมด) ก็มีราคา คู่ละ 300 ต่อหนัง 1 เรื่องเลยทีเดียว สภาพก็ เป็นเบาะนุ่มนิ่ม นั่งสบายเอนหลังแทบจะหลับคาเก้าอี้ (แต่บางโรงสภาพก็ไม่น่านั่งเท่าไรนัก)
อันต่อมาก็ยังเป็นระดับ Coper เช่นกัน แต่ถูกเปลี่ยนใหม่ Honey moon Seat ก็คือเปลี่ยนเบาะใหม่เลยตั้งชื่อใหม่ซะเลยว่างั้น ราคาก็คงเดิม 555 หากินกันง่ายๆแบบนี้แหละโรงหนัง
อันต่อไปเป็น Premier suit seat อ่า อันนี้ค่อยยกระดับขึ้นมานิดนึง เท่าที่เคยดูครั้งสุดท้าย น่าจะราคา 300-400 ปัจจุบันไม่แน่ใจ เป็นเบาะคู่ บางที่จะมี ที่วางมือขั้นตรงกลาง (เรียกว่า กำแพงที่กันระหว่างเราสอง) เหอๆ แต่ก็ยังเป็นเก้าที่นั่งสบาย ใหญ่โอ่โถง
แล้วก็เริ่มเข้าสู่ระดับ ที่เรียกได้ว่าผู้ยิ่งใหญ่เค้าจะนั่งกันละ Gold Class อะฮะ อันนี้สุดยอดเลย เป็นโซฟาคู่ โซฟานอนราบตามสบาย มะมีที่วางแขนมากั้นเราสอง นอนสบายนุ่มนิ่ม มีผ้าห่ม โอ้ว้าว เตียงที่บ้าน ยังไงยังงั้น ถึงจะไม่ได้นอนเอน 180'๐ ก็เถอะ แต่ราคาก็ใช่ย่อยนะคับ ปาเข้าไป 700 - 1000 แล้วแต่โรงและสถานที่ตั้ง โอ้ว ว้าว และก็ไม่ใชว่าจะไม่มีคนนั่งด้วย
อะ อะ อันต่อปาย นี่เป็นอีกหนึ่งสุดยอด Emperror Class (โห มันจะหรู๋หร๋าอะไรขนาดนั้น) เหอๆ ราคาก็ตามชื่อมันเลยแหละ 600 - 1000 แล้วแต่สถานที่เช่นกัน เป็นโซฟานอน โอโห อะไรมันจะขนาดนั้น รอเช่า DVD ไปดูที่บ้านเลยก็ได้มั้ง 5555 ล้อเล่นๆ เดี๋ยวเกิดทำขึ้นจริง โรงหนังมิฟ้องผมแย่รึ
อุ้ย เขียนไปมาชักเยอะ เอ้าๆ อันสุดท้ายแล้ว Opera Class อ่านี้ก็ไมเบา ราคาก็ไม่ต่างกันมาก ราคามานก็ ตก 600 - 1000 บาท เช่นกัน โอ้ว เบาใหญ่โต นั่งสบาย เรียกกันว่านอนไปเลยดีกว่าไหม เหอๆ ระยะหลังนี่ทำมัยโรงหนัง ราคาที่นั่งมันแพงแบบเนี้ย (T-T) เหอๆ ถึงจะว่ายั่งงั้นยั่งงี้ โรงหนังก็ไม่ได้เข้าไปบ่อยๆ เพียงแต่อ่านๆไป ดูๆไป เหอๆ เยอะดีๆ เอามาให้อ่านๆ ดูๆกันบ้างนะคับ ชีวิตนี้อยากจะนั่งซักครั้งนะ ไอ้พวกตัวแพงๆ เบาะแดงๆ แต่ถ้าต้องไปนั่งคนเดียว หรือเสียตังโดยมะรู้สึกว่าคุ้ม ก็มะปายดีฟ่า อิอิ ถ้าใครเคยไปสัมผัสอะไรกันมาบ้างแล้วก็ มาบอกบ้างนะครับ ความรู้สึกที่นุ่มนิ่มก้นเนี่ย มันเป็นยังไง 5555
-------------------------------------------
ไอ้นี่ไง เบาะราคาแสนแพง ชีวิตนี้อยากนั่งซักครั้งหนึ่งจังเลย
![]() โอ้ว นี่เหรอ เบาะที่พวก มีกะตัง ถังใหญ่ ใส่แต่เงิน เค้านั่งกัน
March 08 11 ฉากรัก จากวันแรก ถึงวันลาละครเรื่องนี้เกี่ยวเนื่องกับความรัก แน่นอนชื่อก้อพอจะบ่งบอกอยู่แล้ว แต่ตลอดการดูละครเวทีเรื่องนี้ ได้ครบทุกอารม ไม่ว่าจะหัวเราะ ฮาแตก ร้องไห้ น้ำตาพราก เครียด จนหน้าย่น เพราะการแสดงในแต่ละฉากที่ถึงอารมของนักแสดงทุกๆคน ทำให้ทุกคนได้เข้าถึงตัวละครอย่างลึกซึ้ง แนวคิดของเรื่องก้อคงเปนการลำดับเรื่องราวความรักของคนสองคนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ในทุกๆช่วงเวลาชีวิตที่ทั้งสองมีกันและกันถูกถ่ายทอดผ่านนักแสดงตัวหลักทั้งสองได้อย่างน่าทึ่ง และสองตัวรองที่คอยสร้างความบันเทิงตลอดระยะเวลาการแสดง นี่คือความสัมพันธ์ของความรัก ครอบครัว เพื่อน และจิตใจที่ยากจะหยั่งลึก หลายๆครั้งคนเราเลือกทำตามใจตัวเอง แล้วมาเสียใจทีหลัง แต่หลายๆครั้งคนเราก้อเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไร ตอนที่ยังมีโอกาสทำ มุมมองและแง่คิดของละครเรื่องนี้ เปนเพียงด้านนึงของชีวิตคู่ๆนึงที่ต้องการจะสื่อถึงความแตกต่าง ความคาดหวัง ความรัก และความหวัง ทุกๆการตัดสินใจย่อมมีผลที่เกิดขึ้นตามมาแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะรับมันได้หรือเปล่าด้วย ยังไงก้อตาม ไม่อยากจะเล่ามาก เพราะเผื่อจะมีใครสนใจจะไปดูจะได้ไม่หมดอารมซะก่อน แต่เอาเปนว่าละครเรื่องนี้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป 3ชั่วโมงที่เตมไปด้วยสีสัน ความเข้าใจ แง่คิด เสียงหัวเราะ และน้ำตา ไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง แล้วจะเข้าใจว่า > > > ชีวิตคู่ ไม่ได้ง่าย และเพรียบพร้อมอย่างที่คุณคิด ------------------------------------------ พอลองหันมาย้อนมองชีวิตตัวเอง การมีชีวิตคู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่จะต้องคบกัน ดูแลกันและกัน ทำให้เชื่อใจกันและกัน เคยคิดไหมว่าชีวิตคน ถ้าวันนึงเจอคนที่ใช่สำหรับเรา แต่ถ้าเค้าบอกว่าเราไม่ใช่ เราจะทำยังไง ระยะเวลาไม่ใช่เครื่องพิสูจณ์ แต่คนเราต่างหาก ที่ต้องพิสูจณ์ ถ้าชีวิตเหมือนในละคร ที่ตอบจบ ก็สมหวังในความรัก สิ่งสุดท้ายที่จะพราก 2 คนที่รักกัน มีเพียงความตายเท่านั้น ถ้าในชีวิตจริง มีคนแบบนี้ซักคน ก็คงจะดี ---------------------------------- More Information: “เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา” เปิดการแสดง 13 รอบการแสดง ดูรายละเอียดรอบการแสดงได้ที่ ชมตัวอย่าง และซื้อบัตรได้ที่ หรือโทร 0 2262 3456
---------------------------------------- ผมว่าเพลงนี้ ก็เหมาะกับละคร เวทีเรื่องนี้ดีนะ และก็เหมาะกับ คนที่มีความรัก และหวังว่า รักของคุณๆนั้นคงจะไม่จืดจาง |
|
|